ไม่ชอบยังไงก็mentไว้นะเราแต่งเองอยากฟังคำชี้แนะ \(*o*)/
*ชื่อเรื่องยังไม่มีอยากให้ช่วยกันตั้งแล้วจะเลือกมาเป็นชื่อเรื่องนะคะmentเอาไว้น๊ะคะ
ขอบคุณค่ะ
ฮันกยอง
ฮันกยองสมาชิกคนหนึ่งของวงSJเค้าเริ่มมีความรักซะแล้วเพื่อนๆในบ้านต่างแปลกใจเพราะไม่เห็นว่าฮันกยองจะมีท่าทีแปลกๆอยู่ๆ
ก็มาบอกว่ามีความรักที่จริงฮันกยองเองก็ลำบากใจเพราะผู้หญิงที่เขากำลังชอบอยู่ดันไม่ถูกกับดงเฮเพื่อนในวงเหตุผลที่พวกเค้าไม่ถูก
กันนั่นหรอ ไม่มีใครรู้นอกจากดงเฮผู้หญิงคนนั้นเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสาเหตุที่ดงเฮเกียจเธอนั้นคืออะไร ฮันกยองพยายามตัดใจแล้ว
แต่เมื่อยิ่งได้ใกล้ชิดกลับทำให้ฮันกยองทวีคูณความชอบขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวฮันกยองค่อยๆอธิบายความรักครั้งแรกของเขาให้เพื่อนๆ
เข้าใจ
"ตั้งแต่เมื่อไร่กัน"ชีวอนคนที่ชอบทำตาโตถามขึ้นพร้อมกับอาการอยากรู้เต็มทน
"ทำไมต้องทำตาโตขนาดนั้นด้วยเล่า"ฮันกยองพูดด้วยอาการกระสับกระส่ายกล้าๆกลัวๆที่จะพูดเพราะดงเฮเองก็อยู่ในสถานการณ์นี้
ด้วย
"ไม่ต้องพูดอ้อมค้อมเลยนะใครกันหรอที่มาเอาใจน้อยๆดวงนี้ของฮันยองจากพวกเราไป"ดงเฮพูดแซวขณะที่ยังไม่รู้คำตอบฮันกยอง
คิดว่าหลังจากที่เขาพูดออกไปดงเฮจะเปลี่ยนอารมณ์เป็นตรงข้ามกับตอนนี้แน่ๆ
"คือว่าฉันชอบ"ฮันกยองหันไปมองทุกคนแล้วก็จดจ้องอยู่ที่ดงเฮก่อนพูดให้จบประโยค
"ลีฮยอน"ดงเฮรีบหันควับมาหาฮันกยองพร้อมกับเพื่อนหลายๆคนที่ต่างก็ตกใจ
"อะไรนะ"ฮีชิวที่ตอนแรกเขานั่งเล่นคอมพิวเตอร์อยู่เปล่งเสียงออกมาเสียงดังฟังชัด
"ลีฮยอนน่ะหรอนายชอบยัยลีฮยอนงั้นหรอ"ดงเฮกึ่งพูดกึ่งตะคอกอารมณ์เขาตรงข้ามกับเมื่อกี้อย่างที่ฮันกยองคิดไว้ตอนนี้ฮันกยองเริ่มมีสี
หน้าแดงกล่ำภายในหัวของเขาคงคิดอยากจะย้อนเวลาไปซักเดือนเพื่อจะไม่เจอกับผู้หญิงที่ชื่อลีฮยอน คิบอมเดินมานั่งข้างๆและเอื้อม
มือมากอดไหล่ฮันกยองเป็นการให้กำลังใจเพื่อน
"ดงเฮนายจะว่าอะไรมั้ยถ้าฉันจะขอคบกับลีฮยอน"ฮันกยองถามประโยคที่เขากลัวมาตลอดและดงเฮเองก็มีสีหน้าที่ตึงเคียดไม่แพ้กัน
"นายเตรียมใจไว้เจ็บได้เลยผู้หญิงคนนี้ไม่มีทางรักใครจริงหรอก"ดงเฮพูดด้วยเสียงเย็นๆเขาเองก็ไม่อยากพูดให้เสียกำลังใจนักหรอก
แต่สำหรับเรื่องของผู้หญิงคนนี้เขาต้องพูดเพื่อไม่อยากให้ฮันกยองเพื่อนของเขาต้องไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น
"ฉันต้องตัดใจเท่านั้นใช่มั้ย"ฮันกยองพูดโดยไม่แสดงอาการเท่ารัยแต่ทุกคนรู้ว่าในใจเค้าต้อนนี้กำลังเต้นรัวว้าวุ่นอยู่
"ทำไมนายถึงไปชอบเค้าได้ล่ะ"ชีวอนถามเพราะอยากให้เรื่องนี้ได้ข้อสรุปเร็วๆส่วนฮีชิวกำลังคิดอะไรที่จะทำให้สถานการณ์หายจาก
ความตึงเครียดแต่เค้าก็ไม่สามารถคิดอะไรออกมาได้เพราะฮีชิวรู้สึกว่าสถานการณ์แบบนี้เขาไม่สามารถควบคุมไว้ได้คิบอมที่ยังคงนั่ง
กอดคอฮันกยองอยู่
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันฉันแค่ปลื้มในผลงานเขาแต่พอได้ไปอัดรายการด้วยกันฉันก็เริ่มรู้สึกแปลกๆจนพึ่งรู้ตัวว่าตอนนี้ฉันชอบเขาฉัน
จะตัดใจนะดงเฮฉันรู้ว่านายไม่อยากให้ฉันเป็นเสียใจฉันไม่เห็นคนอื่นดีกว่าเพื่อนหรอกน่าไม่ต้องคิดมากหรอกเพื่อน"
ดงเฮมองหน้าฮันกยองพลางยิ้มให้ก่อนจะพูดว่า
"แค่ชอบเค้าได้แต่อย่ารักเค้าเป็นพอฉันไม่อยากให้นายเสียใจให้ผู้หญิงคนนี้แล้วเมื่อรัยที่ยัยนั่นทำให้เธอเสียใจล่ะก็ฉันจะไม่อยู่เฉยแน่นอน"
ฮันกยองถึงกับเข้าไปกอดด้วยความดีใจแถมหอมแก้มดองเฮไปอีกหนึ่งฟอดเพื่อนทุกคนต่างโล่งอกที่ได้ข้อสรุปของเรื่องนี้ได้ดีแต่คิบอมที่ยัง
สงสัยอยู่อีกข้อหนึ่งเลยถามฮันกยองออกไป
"แล้วลีฮยอนเขารู้หรือยังว่านายชอบเขา"ทุกคนจับจ้องไปที่ปากของฮันกยองเพราะอยากรู้คำตอบเหมือนกัน
"ยัง"คำตอบสั้นๆทำให้ทุกคนมีอาการแป่วไปตามๆกันส่วนดงเฮก็หัวเราะ
"โถพ่อหนุ่มจีนแล้วเขาจะรู้มั้ยนั่น"ฮีชิวพูดแบบเวทนาสงสารเพื่อน
"แล้วเมื่อไรจะไปสารภาพกับเขาล่ะ"ชีวอนถามพร้อมกับกินไอติมแท่งโตที่อยู่ในมือ
"ฉันว่าฉันจะสารภาพในวันเกิดที่ใกล้จะถึงเร็วๆนี้แล้วล่ะถ้างั้นฉันไปหาของขวัญให้เค้าดีกว่า"ฮันกยองพูดจบก็หยิบเสื้อที่แสนอบอุ่นของเขามา
ใส่ตามด้วยผ้าพันคอของเขาก่อนจะเปิดประตูออกไปฮีชิวก็ตะโกนแซวเพื่อนทิ้งท้าย
"อย่าลืมบอกเค้าว่า หว่อ อ้าย หนี่ด้วยนะเพื่อน"แล้วทุกคนก็หัวเราะฮันกยองเองก็มีท่าทีที่เขินเหมือนกันแล้วค่อยเปิดประตูออกไปแล้วเดินไป
ที่รถสีดำแล้วขับออกไปท่ามกลางหิมะที่ตกอยู่เขาขับไปที่ย่านถนนคนเดินแห่งหนึ่งแต่ตอนนี้ไม่ค่อยมีคนออกมาเดินกันมากนักมีแต่คู่หนุ่มสาวที่
ออกมาเล่นหิมะกันแล้วก็เด็กๆที่ออามาปาหิมะใส่กันหรือปั้นหุ่นมนุษย์หิมะฮันกยองจอดรถและเปิดประตูรถออกไปเพื่อไปสัมผัสบรรยากาศที่สนุก
สนานผสมกับความเหน็บหนาวเขาเดินไปเรื่อยๆและสังเกตุเห็นหุ่นมนุษย์หิมะที่ชื่อสโนว์แมนอยู่ตัวหนึ่งมันใหญ่โตมากเหมือนถูกปั้นขึ้นด้วยคน
หลายๆคนและมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ม้านั่งใกล้ๆกับสโนว์แมนตัวนั้นหิมะค่อยๆตกลงมาเรื่อยๆจนทำให้ส่วนหัวของสโนว์แมนใหญ่ขึ้นและมันก็
รับน้ำหนักไม่ไหวมันใกล้จะถล่มลงมาเรื่อยๆฮันกยองมองดูที่ผู้หญิงคนนั้นที่นั่งก้มหน้าอยู่และไม่ยอมขยับตัวออกห่างจากสถานการณ์อันตราย
ที่จะเกิดขึ้นฮันกยองรีบวิ่งไปและดึงผู้หญิงคนนั้นออกมาจากที่นั่งตรงนั้นฮันกยองโอบผู้หญิงคนนั้นไว้และรูปปั้นหิมะนั้นก็ถล่มลงมาที่เก้าอี้ตัวที่
ผู้หญิงคนนั้นนั่งเมื่อกี้หิมะกระเด็นมาถูกฮันกยองที่เอาตัวเขาโอบผู้หญิงคนนั้นไว้เมื่อผู้หญิงคนนั้นรู้สึกตัวก็อยู่ในอ้อมแขนของฮันกยองแล้วผู้หญิง
คนนั้นเงยหน้าขึ้นมองฮันกยองที่มีอาการสั่นเล็กน้อยก่อนที่จะกระเด้งตัวออกจากอ้อมแขนของฮันกยอง
"เธอเป็นอะไรหรือเปล่า"ฮันกยองถามคำถามแรกกับผู้หญิงคนนั้นที่ยืนเช็ดน้ำตาอยู่ฮันกยองคงจะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังร้องไห้อยู่เขาจึงไม่พูด
อะไรต่อ
"คุณไม่เป็นอะไรใช่มั้ย"ผู้หญิงคนนั้นพูดออกมาเป็นภาษาจีนทำให้ฮันกยองดีใจนิดๆที่เจอคนจีนที่นี่
"เธอเป็นคนจีนหรอเนี่ย"ฮันกยองก็พูดภาษาจีนกลับไปเหมือนกันเขาสนทนากันด้วยภาษจีนผู้หญิงคนนั้นเอามือมาปัดหิมะที่หลังและศรีษะของ
ฮันกยองที่เต็มไปด้วยเกร็ดหิมะ
"ขอบคุณนะฉันมันโง่จริงๆ"ผู้หญิงคนนั้นพูดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพรากฮันกยองที่ตอนแรกเขาคิดจะว่าผู้หญิงคนนี้ที่นั่งให้หิมะถล่มลงมา
เฉยๆอยู่ได้แต่พอเขาเห็นผู้หญิงคนั้นร้องไห้เขากลับทำอะไรไม่ถูกเลย
"เป็นอะไรไป"ฮันกยองถามด้วยความเป็นห่วงผู้หญิงคนนั้นคงจะหนาวฮันกยองเลยดึงผ้าพันคอที่เขาใส่อยู่ออกมาแล้วก็ยื่นให้ผู้หญิงคนนั้นแต่
ผู้หญิงคนนั้นไม่รับและเดินไปนั่งที่ม้านั่งอีกตัวหนึ่งถัดไป
"ทำไมล่ะไม่หนาวหรือไง"ฮันกยองยังคงพูดภาษาจีนกับเขาแล้วก็เดินไปนั่งข้างๆฮันกยองเอื้อมมือไปจะใส่ผ้าพันคอให้ผู้หญิงคนนั้นผู้หญิงคนนั้น
ดูกลัวๆฮันกยอง
"ไม่ต้องกลัวฉันหรอกน่าฉันก็คนจีนเหมือนกันชื่อฮันกึ้งนะมีอะไรก็บอกฉันมาได้นะ"ผู้หญิงคนนั้นได้แต่ก้มหน้าฮันกยองคิดอยากจะช่วยเหลือผู้
หญิงคนนั้นเขาจึงถามที่อยู่ผู้หญิงคนนั้น
"บ้านเธออยู่ไหนฉันจะไปส่ง"ผู้หญิงคนนั้นไม่ตอบได้แต่ส่ายหน้า
"อืม..เธอชื่ออะไรล่ะ"ฮันกยองมองผู้หยิงคนนั้นที่ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา
"หลิงหลิน"ฮันกยองพยักหน้าหงึกๆแล้วถามต่อ
"พูดเกาหลีไม่ได้หรอ"ผู้หญิงคนนั้นส่ายหน้าอีกครั้งฮันกยองยังคงถามต่อ
"แล้วฟังภาษาเกาหลีรู้เรื่องมั้ย"ผู้หญิงคนนั้นก็ยังคงส่ายหน้าเหมือนเดิม
"มีที่ไปหรือเปล่าญาติพี่น้องที่นี่มีมั้ย"หลิงหลินยังคงส่ายหน้าเป็นการตอบอยู่อย่างนั้น
"ไปที่บ้านฉันก่อนมั้ย"ผู้หญิงคนนั้นนั่งนิ่งไม่ตอบอะไร
"ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกเชื่อใจฉันนะตามฉันไปขึ้นรถเร็วหิมะตกใหญ่แล้ว"ฮันกยองลุกเดินไปแต่ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ลุกตามฮันกยองจึงไปจูงมือเธอ
ไปขึ้นรถแล้วฮันกยองก็ขับรถกลับไปบ้านSJเธอยังคงนั่งนิ่งตลอดทางจนมาถึงบ้านฮันกยองจูงมือผู้หญิงคนนั้นเข้าบ้านไปเพื่อนๆทุกคนตกใจกัน
ใหญ่ตอนนี้สมาชิกSJทุกคนกลับมาบ้านกันหมดแล้วหลังแยกย้ายกันไปทำงาน
"ใครกันน่ะฮันยอง"ลีทึกหัวหน้าวงถามขึ้นอย่างตกใจ
"พาสาวที่ไหนกลับมาด้วยน่ะ"คังอินถามอย่างเสียงดังเพื่อนทุกคนต่างยิงคำถามใส่ฮันกยอง
"ชู่ววววว"ฮันกยองทำเสียงให้ทุกคนเงียบแล้วพาหลิงหลินไปนั่งที่โซฟาแล้วพูดกับเธอว่า
"เดี๋ยวฉันจะอธิบายให้เพื่อนเข้าใจนะ"ฮันกยองพูดจบก็อธิบายทุกอย่างให้เพื่อนฟังทุกคนก็เข้าใจและไม่ว่าอะไรที่จะให้เธอพักที่นี่ซักพักหลังจาก
ที่ทุกคนเข้าใจกันดีแล้ว
"นี๊เห่าๆ หว่ออ้ายหนี้"
ฮีชิวกับอึนยอคก็เดินเข้าไปทำท่าเจ้าชู้ทันทีฮันกยองรีบมาลากพวกนั้นออกไป
"อย่าแกล้งเธอน่ะ"ฮันกยองพูดออกไปพร้อมกับยิ้มให้หลิงหลินที่กำลังกลัวอยู่
"หวงด้วยหรือฮันยองจ๊ะ"ฮีชิวพูดแซวเพื่อน
"อย่างนี้ฮันยองก็ได้ใกล้ชิดมากกว่าใครน่ะซิคนจีนเหมือนกันนี่"ชินดงพูดด้วยความอิจฉา
"ไม่ต้องกลัวพวกนั้นหรอกนะพวกเขาไม่ทำอะไรหรอกก็แกล้งๆกันไปอย่างนั้นเองแหล่ะ"ฮันกยองพูดภาษาจีนกับหลิงหลินส่วนหลิงหลินก็พยักหน้า
รับ
"อยากอาบน้ำมั้ยกินอะไรหรือเปล่า"ฮันกยองถามอย่างเอาใจใส่ทำให้เพื่อนทุกคนแอบยิ้มกันและแซวอยู่บ่อยครั้ง
"เรียววุคช่วยทำอะไรก็ได้ให้เธอกินหน่อยได้มั้ย"ฮันกยองหันไปถามเรียววุค
"อ้อได้สิจะไปทำให้เดี๋ยวนี้แหล่ะ"เรียววุคซึ่งถนัดเรื่องครัวมากที่สุดรีบเข้าไปในครัวทันที
"แล้วจะให้หลิงหลินนอนที่ไหนล่ะ"คิบอมพูดออกมาเพราะกำลังจะไปเตรียมที่หลับที่นอนให้
"ให้เธอนอนเตียงฉันได้เลยเดี๋ยวฉันจะไปแย่งนอนกับฮีชิวมัน"ฮันกยองพูดพร้อมกับหันไปหัวเราะใส่ฮีชิวส่วนคิบอมก็ลุกไปจัดที่นอนให้ดีๆแล้วหา
ตุ๊กตาที่แฟนเพลงให้มาวางบนเตียงเยอะๆ
"ฉันจะไปหาเสื้อผ้าให้เธอใส่นะ"ฮีชิวที่ถนัดเรื่องผู้หญิงๆออกปากแล้วจัดการทำทันทีตอนนี้ทุกวุ่นไปหมดเพราะตื่นเต้นที่มีผู้หญิงน่ารักๆแบบหลิงหลินมา
อยู่บ้านผิวขาวอมชมพูตาไม่โตมากผมยาวสีดำเข้มปากอมชมพูนิดๆคงทำให้หนุ่มๆที่ชอบสาวหมวยใจละลายได้เลยทีเดียวพอถึงเวลานอนทุกคนต่างนอนเอา
แรงเพื่อต้องทำงานที่แสนจะเหนื่อยคือการเป็นนักร้องที่โด่งดังต่อไปส่วนฮันกยองที่ยังนั่งคุยเรื่องของหลิงหลินเพื่อให้เข้าใจปัญหาของเธอ
"เธอมาทำอะไรที่เกาหลีล่ะ"
"มาหาคนๆหนึ่ง"หลิงหลินตอบด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เศร้าสร้อย
"แล้วทำไมถึงไปนั่งร้องไห้อยู่ที่นั่นได้ล่ะ"ฮันกยองยังคงถามต่อ
"ฉันไม่รู้จะไปที่ไหนดีไม่รู้จักใครเลยใครพูดอะไรก็ไม่รู้เรื่อง"หลิงหลินตอบด้วยเสียงเบาๆ
"แล้วคนๆนั้นล่ะที่เธอมาหาเขา"หลิงหลินดูเหมือนจะร้องไห้เมื่อพูดถึงคนนั้นเขาเป็นใครกันฮันกยองคิดอยู่ในใจ
"ถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไรนะฉันไม่เซ้าซี้แล้วนอนเถอะ"ฮันกยองพูดเพราะไม่อยากเป็นคนทำให้หลิงหลินร้องไห้ฮันกยองลุกจากเตียงหลิงหลินและกำลัง
จะเดินไปที่เตียงฮีชิวแต่หลิงหลินมาคว้ามือฮันกยองไว้
"ตอนอยู่เมืองจีนฉันรักกับผู้ชายคนหนึ่งพ่อแม่ของฉันกับเขาคิดจะจัดงานหมั้นให้เราแต่ว่าทั้งฉันและเขายังเด็กอยู่จึงยังไม่มีงานเกิดขึ้นอีตาคนนั้นบอกว่า
จะมาเรียนต่อที่เกาหลีแล้วจะกลับไปหมั้นกับฉันเวลาผ่านไป2ปีฉันคิดถึงเขาทุกวันและโทรคุยกับเขาบ่อยๆแต่พอฉันมาหาเขา"
หลิงหลินหยุดพูดซักพักแต่เธอยังคงจับมือฮันกยองอยู่จนฮันกยองรู้สึกได้ว่าหลิงหลินมือสั่นนิดๆฮันกยองยังจ้องหน้าหลิงหลินอยู่อย่างเงียบๆก่อนหลิงหลิน
จะพูดต่อ
"พอฉันมาหาเขาที่เกาหลีหวังว่าถ้าเค้าเห็นฉันคงจะดีใจแต่ฉันกับเห็นเขากำลังกอดจูบกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ตอนนั้นฉันทำตัวไม่ถูกเลยขาก็ก้าวไม่ออกน้ำตา
ก็ไหลพรากสายตาจับจ้องอยู่ที่เขารู้สึกปวดใจจนต้องวิ่งออกไปให้ไกลที่สุดให้ไกลจากผู้ชายคนนั้นมากที่สุดแล้วฉันก็เจอนาย"
ฮันกยองเห็นใบหน้าที่มีแต่ความปวดร้าวของหลิงหลินจนเค้ารู้สึกเจ็บไปด้วยฮันกยองค่อยๆกอดหลิงหลินเพื่อปลอบและเอามือตบหลังเธอเบาๆจนหลิงหลิน
หยุดร้องไห้ได้หลิงหลินรู้สึกถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอดของฮันกยองจนเธอหลับไปฮันกยองจึงประคองตัวเธอให้นอนลงแล้วห่มผ้าให้จากนั้นฮันกยองก็ไปนอน
ที่เตียงของฮีชิวเมื่อเขาหลับไปหลิงหลินก็มาห่มผ้าให้ฮันกยองแล้วพูดประโยคที่เธอควรจะพูดตอนนี้คือ
"ขอบคุณนะขอบคุณที่ช่วยเหลือทุกอย่างขอบคุณที่คอยฟังปัญหาแต่ฉันจะไม่รบกวนคุณอีกถ้ามีโอกาสคงได้เจอกันอีกนะฮันกึ้งฉันจะจำชื่อนี้ไว้"เธอจะอยู่แค่คืน
นี้เท่านั้นพรุ่งนี้เช้าเธอก็จะไปหลิงหลินเขียนจดหมายใบหนึ่งข้อดความในจดหมาย (ฉันดีใจที่ได้เจอนายขอบคุณที่ช่วยฉันจากหิมะถล่ม ขอบคุณสำหรับ
อาหารหนึ่งมื้อ ขอบคุณสำหรับที่นอนที่แสนสบาย ขอบคุณสำหรับทุกคำที่ให้กำลังใจและขอบคุณสำหรับอ้อมกอดที่อบอุ่นนะฮันกึ้งสุดท้ายนี้ฉันขอให้นายมี
ความสุขอย่าเป็นแบบฉันอย่าเศร้าเหมือนฉันวันหนึ่งถ้าฉันคิดถึงนายจะมาหานะถ้ามีโอกาสฉันไม่อยากรบกวนนายไปมากกว่านี้ไม่ต้องห่วงฉันนะส่วนผ้าพัน
คอของนายฉันขอเก็บไว้ได้มั้ยจะได้รู้ว่าวันหนึ่งมีผู้ชายคนหนึ่งที่ดีกับฉันในยามที่ฉันเหมือนคนตาบอดแล้ววันหนึ่งฉันจะเอามันมาคืนให้นะจะไม่ลืมชื่อนายเลย
ขอบคุณนะฮันกึ้ง...หลิงหลิน)
เช้ารุ่งขึ้น
"ฮันยองตื่นเร็วเข้าตื่นได้แล้วนะดูนี่ซะ"กยูฮยอนคนที่ตื่นเร็วที่สุดรีบปลุกให้ฮันกยองตื่นเพราะเขาได้อ่านจดหมายจากหลิงหลินแล้วแต่ฮันกยองก็ยังไม่ตื่นสลึม
สลืองัวเงีย
"มีอะไรอ่ะ"ฮันกยองครางออกมาแต่ตายังคงหลับอยู่
"นี่ผู้หญิงคนนั้นเค้าไปแล้วนะ"กยูพูดพร้อมเขย่าตัวฮันยอง
"หลิงหลินน่ะหรอไปไหนล่ะ"ฮันกยองยังคงนอนคว่ำหน้าอยู่โดยไม่รู้เรื่องอะไร
"เขาไปแล็วเขาไม่อยู่แล้วนะ"กยูฮยอนพูดจบก็วางจดหมายไว้บนเตียงฮันกยองที่นอนเบียดกับฮีชิวอยู่ลุกขึ้นมานั่งแล้วอ่านจดหมายทันทีที่เขาตั้งสติได้เขาก็
รีบวิ่งไปข้างนอกทันที
"หลิงหลินเธออยู่แถวนี้หรือเปล่า หลิงหลินเธออยู่ไหนน่ะ"ฮันกยองวิ่งหาบริเวณแถวๆนั้นจนทั่วเขากลับเข้ามาเอารถออกขับไปที่เดิมที่เมื่อคือเขาเจอหลิงหลิน
เมื่อไปถึงฮันกยองจอดรถตรงม้านั่งเมื่อคืนมีมนุษย์หิมะตัวหนึ่งถูกปั้นขึ้นแทนตัวเมื่อวานที่มันถล่มแต่มันเป็นสโนว์แมนที่ไม่ใหญ่เหมือนตอนแรกมีดอกกุหลาบ
ที่สโนว์แมนคาบอยู่และที่พื้นก็มีคำว่าฮันกึ้งฮันกยองมองไปรอบๆไม่มีใครเขามองหาหลิงหลินไม่เจอสุดท้ายเค้าก็หยิบดอกกุหลาบดอกนั้นไปและกลับไปที่บ้าน
ทุกคนตื่นกันหมดแล้วและนั่งอยู่ที่ห้องห้องครัวกัน
"หาเธอไม่เจอหรอ"ดงเฮถามฮันกยองที่เดินเข้ามานั่งที่โต๊ะฮันกยองก็ส่ายหน้าเป็นการตอบ
"แล้วเค้าจะไปไหนล่ะกลับจีนแน่ๆเลย"ฮันกยองนั่งนิ่งไม่พูดอะไร
"ดูสิอาหารก็ทำไว้ให้พวกเรากินกันเสื้อผ้าที่ใส่ไว้เมื่อวานก็ซักรีดให้เรียบร้อยที่นอนก็เก็บอย่างดีได้แฟนแบบนี้รักตายเลยว่ะ"ชีวอนพูดแล้วทำหน้าเสียดาย
"เป็นรัยไปอ่ะฮันยองไม่พูดไม่จาอะไรเลยกินข้าวสิฝีมือหลิงหลินนะนั่นน่ะ"ฮันกยองเริ่มกินเกี๊ยวน้ำที่อยู่ตรงหน้ากินไปคิดไปเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
ว่าทำไมรู้สึกใจหายยังไงไม่รู้หลิงหลินคือคนที่พึ่งเจอเมื่อคืนส่วยลีฮยอนที่แอบชอบมาเป็นเวลานานเขาเริ่มให้ความสำคัญกับหลิงหลินเท่าลีฮยอนแต่เขาก็คิด
ในใจว่าเราจะชอบหลิงหลินไม่ได้เพราะเราชอบลีฮยอน
"แล้ววันเกิดลีฮยอนล่ะวันไหนหรอ"ซองมินถามขึ้นมาและดงเฮที่ตั้งหน้าตั้งตากินไปสนใจเรื่องลีฮยอน
"พรุ่งนี้น่ะยังไม่มีของขวัญเลยไม่ไปเลือกของขวัญเป็นเพื่อนหน่อยสิ"ฮันกยองชวนเพื่อนไปซื้อของขวัญด้วยกันเพราะตัวเองนั้นไม่ถนัด
"วันนี้ไปออกรายการตอนบ่ายโมงเลิกแล้วก็ค่อยไปละกัน"ฮีชิวพูดขึ้นวันนี้ต้องไปร้องเพลงเป็นแขกรับเชิญทั้ง13คนทุกคนเลยอาบน้ำแต่งตัวหลังจากกินข้าว
เสร็จแล้วก็มีรถมารับเป็นรถของผู้จัดการของวงนี้เป็นรถตู้คันใหญ่เพื่อจะบรรทุกเจ้า13คนไปยังสตูดิโอเมื่อพวกเขาทำหน้าที่เรียกเสียงกรี้ดเสร็จชีวอนดงเฮ
คิบอบต้องไปอัดรายการๅlove leterต่อส่วนอึนยอคคังอินเรียววุคต้องไปจัดรายการวิทยุและชินดงที่ต้องไปออกรายกานแข่งกินที่เขาชอบแล้วเยซองกับซองมิน
ก็ไปถ่ายละครก็เหลือแต่ฮันกยองฮีชิวลีทึกและกยูฮยอนที่วันนี้ไม่มีคิวอะไรแล้วพวกเขาเลยจะไปเที่ยวกันและไปซื้อของขวัญให้ลีฮยอนด้วยพวกเขา4คนขับ
รถกันไปที่ย่านใจกลางโซลที่มีร้านค้ามากมายพวกเขาลงเดินเลือกของกันฮีชิวเลือกเครื่องแต่งหน้าชุดหนึ่งมาเป็นของขวัญให้ลีฮยอนลีทึกเลือกกระเป๋าใบหนึ่ง
ที่สังเกตุได้จากสาวๆที่เดินผ่านไปผ่านมากยูฮยอนคนที่ไม่ค่อยถนัดเรื่องพวกนี้เลยซื้อของที่คิดว่าผู้หญิงจะชอบนั่นคือตุ๊กตาสีชมพูที่แสนจะอ่อนหวานสุดท้าย
เหลือฮันกยองที่คิดหนักว่าจะซื้ออะไรดีเขาเข้าไปที่ร้านเครื่องประดับร้านหนึ่งและเลือกดูสร้อยข้อมือจนเขาสดุดที่สร้อยข้อมือเป็นมุกเส้นหนึ่งเป็นมุกสีขาวและดู
น่ารักดีเหมาะกับลีฮยอนฮันกยองจึงเลือกซื้อสร้อยข้อมือเส้นนั้น
"ฉันจะสารภาพว่าชอบเขายังไงดีล่ะ"ฮันกยองถามความเห็นจากเพื่อน
"ฉันว่าเขียนการ์ดไปให้พร้อมของขวัญมั้ย"ลีทึกเสนอความเห็นแล้วหันหน้าไปหากยูฮยอน
"ฉันไม่รู้สิ"กยูฮยอนตอบสั้นๆเพราะเขาไม่ถนัดเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้จริงๆแล้วฮันกยองก็หันไปหาฮีชิวที่กำลังคิดหาวิธีอยู่
"ฉันว่านายน่าจะไปบอกเองนะเพราะผู้หญิงน่าจะประทับใจมากกว่าอ่านจากการ์ดจากประสบการณ์ของฉันเองนะ"ฮีชิวพูดแบบมีหลักการพร้อมกับชมเชยตัว
เองอย่างน่าภูมใจแล้วฮันกยองยอมรับความคิดของเขา
"ถ้างั้นฉันจะนัดเจอกับลีฮยอนแล้วเอาของขวัญไปให้พร้อมกับบอกว่าฉันชอบเขาดีมั้ย"ฮันกยองถามความเห็นเพื่อนอีกครั้ง
"อืมก็แล้วแต่นายนะ"ฮีชิวตอบพร้อมกับลีทึกที่พยักหน้าเห็นด้วยกับฮีชิวส่วนกยูฮยอนก็บ่นว่าหิวซะแล้ว
"นี่ไปหาอะไรกินกัน"
"อยากกินรัยอ่ะเดี๋ยวเลี้ยงเอง"ฮันกยองพูดแสดงน้ำใจ
"กินพิซซ่ากันป่ะ"ฮีชิวพูดแล้วชี้ไปที่ร้านพิซซ่าที่อยู่ใกล้ๆพวกเขาเดินเข้าร้านกันไป4คนนั่งโต๊ะติดกระจกมีสาวๆมาขอลายเซ็นกันใหญ่แล้วก็มีพนักงานมารับ
เมนู
"เอาพิซซ่าหน้าฮาวาเอี่ยนถาดใหญ่ครับ"กยูฮยอนจัดการสั่งเรียบร้อย
"โค้ก4แก้วด้วยครับ"ฮีชิวสั่งตามขณะที่กำลังรออาหารอยู่ฮันกยองมองไปที่ม้านั่งตัวหนึ่งทำให้ฮันกยองนึกถึงหลิงหลินขึ้นมาตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะทำไมต้อง
รีบไปก็ไม่รู้แล้วจะฟังใครเขารู้เรื่องมั้ยนะฮันกยองนึกเป็นห่วงซักพักพนักงานคนหนึ่งก็เอาพิซซ่ามาเสริฟพร้อมน้ำโค้ก4แก้วแต่ยังไม่ทันเดินมาถึงโต๊ะก็มีวัยรุ่น
วิ่งมาชนพนักงานเพื่อจะมาขอถ่ายรูปพวกเขา4คน
โคร่ม!เสียงแก้วน้ำแตกและถาดพิซซ่าหล่นทุกคนในร้านหันมามองพนักงานคนนั้นฮันกยอง กยูฮยอนฮีชิวรวมทั้งลีทึกเองก็ตกใจและมองไปที่พนักงานคนนั้นที่ใส่หมวก
ปิดหน้าปิดตาฮันกยองรีบลุกไปดูและช่วยพนักงานคนนั้นเก็บของแล้วผู้จัดการร้านก็มาขอโทษพวกSJแล้วเรียกพนักงานคนอื่นมาช่วยเก็บพนักงานหญิงคน
นั้นได้แต่ก้มหน้าก้มตาฮันกยองเองก็รู้สึกคุ้นๆหน้าเหมือนกันแต่มองไม่เห็นหน้าแล้วพนักงานคนนั้นก็เข้าไปหลังร้าน
"โดนว่าอยู่หลังร้านแน่ๆเลย"ฮีชิวพูดพร้อมมองไปหลังร้าน
"เป็นเพราะพวกเราหรือเปล่าเนี่ยที่ทำให้พนักงานคนนั้นต้องเดือดร้อน"กยูฮยอนพูดพร้อมกับเอามือลูบท้องตัวเองที่กำลังหิวโหยอยู่
"น่าสงสารชะมัดเลยว่ะไม่ใช่ความผิดของเธอซะหน่อย"ฮีชิวยังพูดต่ออีกแต่ฮันกยองที่นั่งไม่พูดอะไรและนึกอยู่ว่าหน้าพนักงานคนนั้นเหมือนใครซักพักพิซซ่า
กับโค้กก็มาเสริฟรอบที่2แต่ไม่ใช่พนักงานคนเดิมหลังจากที่กินกันอิ่มหนำสำราญก็สั่งพิซซ่าเพิ่มอีก2ถาดแต่เอากลับบ้านเพราะต้องซื้อไปให้เจ้าชินดงและคน
อื่นๆด้วยแล้วพวกเขาก็กลับมาบ้านกัน
"ฮันยองเปิดโทรทัศน์ดูสิวันี้มีlove letterที่นายกับลีฮยอนเล่นเกมส์คู่กันน่ะ"กยูฮยอนบอกฮันกยองแล้วหยิบMP3มานอนฟังฮันกยองได้ยินก็ไม่รอช้ารีบหยิบ
รีโมทมาเปิดโทรทัศน์ดูฮันกยองดูไปยิ้มไปหัวเราะไปและคนอื่นๆก็กลับมาบ้านกันอย่างแรกที่ชินดงทำคือกินพิซซ่าเป็นอันดับแรกคิบอมเล่นคอมพิวเตอร์คังอิน
อาบน้ำคนอื่นๆก็มานั่งดูโทรทัศน์กับฮันกยองยกเว้นดงเฮที่ไม่ยอมดูลีฮยอนเด็ดขาดแต่นั่งเล่นกีต้าอยู่ใกล้ๆคิบอม
เช้าวันใหม่ฮันกยองตื่นเต้นมากๆเพราะเขากำลังจะโทรไปนัดกับลีฮยอน
"ลีฮยอนหรอครับ"
(ค่ะฮันกยองหรอมีรัยหรือเปล่า)ฮันกยองดีใจนิดๆที่ลีฮยอนจำเสียงเขาไดิ
"วันนี้ว่างมั้ยอยากชวนไปสวนสนุกfunparkด้วยกัน"
(วันนี้หรอกี่โมงล่ะ)
"ประมาณซัก10โมงได้มั้ย"
(10โมงหรออืมได้ๆจะรีบไปนะแค่นี้ก่อนนะ)
"ครับ"
ตึดตึดตึดตึดตึดตึด
ฮันกยองนั่งยิ้มอยู่คนเดียวแล้วดงเฮก็เดินมาหา
"นัดกับยัยนั่นเรียบร้อยแล้วหรอ"
"อืม"ฮันกยองพยักหน้าส่วนดงเฮก็เดินมานั่งข้างๆ
"เผื่อใจไว้หน่อยก็ดีนะ โฮีะไม่สิเผื่อใจไว้ให้มากๆจะดีกว่าฉันห่วงนายนะเว้ย"ดงเฮเอามือมาวางบนไหล่ฮันกยองแล้วก็ยิ้มให้อย่างจริงใจก่อนจะลุกเดินไป
เล่นกีต้าของเขาอย่างเดิม
"ฮันกยองโชคดีนะจ๊ะแล้วฉันจะกลับมาฟังผลนะ"ฮีชิวกับฮึนยอคและคังอินเดินออกมาอวยพรก่อนจะไปจัดรายการวิทยุด้วยกัน
"แล้ววันนี้ไม่มีงานหรอฮันกยอง"ลีทึกถาม
"พรุ่งนี้มี"แล้วฮันกยองก็เข้าไปเลือกเสื้อผ้าในห้องเมื่อเลือกได้แล้วเขาก็หันไปมองนาฬิกาตอนนี้9โมงครึ่งฮันกยองรีบไปอาบน้ำและแต่งตัวและที่สำคัญเขา
หยิบสร้อยข้อมือมุกใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อด้วยแล้วฮันกยองก็เดินไปที่แจกันดอกไม้ที่มีดอกกุหลาบที่หลิงหลินทิ้งไว้ให้
"เอาใจช่วยฉันด้วยนะหลิงหลิน"ฮันกยองพูดกับดอกกุหลาบก่อนที่จะก้มลงจุบดอกกุหลาบแล้วก็เปิดประตูออกมาจากห้อง
"จะไปแล้วหรอขอให้สมหวังนะ"เยซองถามพร้อมกับอวยพรฮันกยองพยักหน้าแล้วก็ยิ้ม
"น้ำหอมฟุ้งเลยนะจริงมั้ยชินดง"เรียววุคเอ่ยแซวฮันกยองหันมายักคิ้วแล้วก็ขับรถออกไปฮันกยองมุ่งหน้าไปที่สวนสนุกfunparkฮันกยองขับรถไปจอดที่ลาน
จอดรถแล้วก้เดินมารอลีฮยอนที่ประตูทางเข้าสวนสนุกฮันกยองก้มลงดูนาฬิกาที่ข้อมือ
"9โมง55แล้วเดี๋ยวก็มาแล้วมั้ง"ฮันกยองพูดขึ้นแล้วก็หยิบสร้อยข้อมือมุกขึ้นมาดูแล้วก็ยิ้ม
"ฮันกยอง"เสียงของลีฮยอนที่ตะโกนมาแต่ไกลทำให้ฮันกยองตกใจและรีบเก็บสร้อยข้อมือมุกกลับเข้ากระเป๋าเสื้ออย่างเดิมลีฮยอนเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆเลย
ทำให้ฮันกยองตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ
"มารอนานมั้ย"ลีฮยอนถามขึ้น
"ไม่นานครับ"ฮันกยอนพูดอย่างสุภาพทำให้เขาดูเท่ห์ขึ้นเขาทั้งสองเริ่มก้าวเดินเข้าไปในสวนสนุก
"นึกยังไงชวนฉันมาเที่ยวสวนสนุกเนี่ย"ลีฮยอนถามขึ้นเป็นการพูดคุยทำให้ฮันกยองไม่รู้จะตอบว่าอะไร
"ไม่รู้สิครับ"ฮันกยองตอบพร้อมกับเอามือเกาหัวแล้วก็ยิ้ม
"เราจะเล่นอะไรกันดีล่ะ"ลีฮยอนถามเพราะเธอคงอยากเล่นเครื่องเล่นแล้ว
"แล้วแต่ลีฮยอนสิอยากเล่นอะไร"ฮันกยองพูดพร้อมกับยิ้มให้ลีฮยอนตอนนี้ฮันกยองคงคิดอยู่ว่าลีฮยอนชั่งน่ารักเหลือเกินเพราะเขาแอบมองลีฮอยนอยู่บ่อยๆ
"เล่นไอ้นั่นมั้ย"ฮันกยองมองไปตามมือลีฮยอนมันคือรถไฟเหินเวหานั่นเอง
"เอาสิ"ลีฮอยนจูงมือฮันกยองไปทำให้ฮันกยองใจเต้นรัวเพราะเขาดีใจสุดขีดลีฮยอนกับฮันกยองขึ้นไปนั่งบนรถไฟเรียบร้อยขณที่รอให้รถไฟออกตัวลีฮยอนก็
พูดขึ้น
"ดูนั่นสิฮันกยองดูมาสคอตลูกหมูสีชมพูตัวนั้นสิน่ารักจังเลยเนอะ"ฮันกยองเห็นท่าทีของลีฮยอนที่ชอบความน่ารักของลูกหมูตัวนั้นแล้วเจ้าฮิปโปตัวนั้นก็ยืน
แจกลูกโป่งกับดอกกุหลาบอยู่ฮันกยองเลยคิดว่าหลังจากลงรถไฟฮันกยองจะเอาลูกโป่งกับกุหลาบให้ลีฮยอน
"พร้อมนะครับทุกคนรถไฟพร้อมจะเหินเวหาแล้วนะครับ"เสียงพนักงานควบคุมเครื่องเล่นประกาศขึ้นและรถไฟก็เริ่มออกตัวเสียงกริ้ดกับเสียงหัวเราะของผู้เล่น
เริ่มดังรถไปวิ่งด้วยความเร็วและตีลังกาหลายรอบทำให้หวาดเสียวได้อย่างดีหลังจากเล่นรถไฟเสร็จฮันกยองก็จูงมือลีฮยอนมาหามาสคอตลูกหมูสีชมพูตัวนั้น
"ขอลูกโป่งกับดอกไม้หน่อยครับ"ฮันกยองพูดกับมาสคอตหมู มาสคอตตัวนั้นหันมาสะดุ้งนิดๆแล้วก็ยื่นลูกโป่งกับกุหลาบให้แล้วก็บ๊ายบายให้ฮันกยอง
"ลีฮยอนผมให้"ฮันกยองยื่นลูกโป่งสีแดงกับกุหลาบแดงให้
"ว้าว!ขอบใจนะฮันกยอง"ลีฮยอนรับไปพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใส
"ไปเล่นอะไรต่อดีล่ะ"ฮันกยองถามแล้วมองไปรอบๆ
"แล้วแต่นายสิอยากเล่นอะไรล่ะ"
"เล่นล่องแก่งกันมั้ย"ฮันกยองพูดพร้อมกับจูงมือลีฮยอนไปแล้วไปต่อแถวเพื่อรอขึ้นเรือแล้วฮันกยองก็สังเกตุเห็นมาสคอตตัวนั้นอีกแล้วมายืนโบกไม้โบกมือเล่น
กับเด็กๆแล้วฮันกยองกับลีฮยอนก็ได้ขึ้นเรือหลังจากที่เข้าเล่นกันเสร็จก็ไปนั่งพักกันที่ใต้ต้นไม้เพื่อให้ตัวแห้ง
"หนาวมั้ย"ฮันกยองถามลีฮยอนด้วยความเป็นห่วง
"ไม่หรอกอากาศร้อนๆแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะเย็นดี"ฮันกยองเห็นมาสคอตตัวนั้นอีกแล้วกำลังเต้นท่าลูกหมูให้เด็กๆดูกันฮันกยองจึงหัวเราะออกมาเล็กน้อย
"น่ารักจังเนอะ"ลีฮยอนพูดออกมาเพราะเห็นฮันกยองมองลูกหมูตัวนั้นอยู่
"หิวรึยังล่ะ"ฮันกยองถามฮันกยองเพราะเขาคิดว่าน่าจะถึงเวลาแล้ว
"ไปสิ"ลีฮยอนตอบพร้อมกับลุกขึ้นเดินไปที่ร้านKFCพร้อมฮันกยอง
"นั่งรออยู่นี่นะเดี๋ยวไปสั่งมาให้"ฮันกยองพูดขณะที่ลีฮยอนนั่งอยู่ที่โต๊ะแล้วก็เดินไปที่เคาว์เตอร์เพื่อสั่งอาหาร
"พี่ลีฮยอนใช่มั้ยคะก็ลายเซ็นต์หน่อยนะคะ"มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาขอลานเซ็นตืลีฮยอนที่นั่งรออยู่
"ได้สิ"ลีฮยอนตอบรับอย่างสดใสแล้วก็ยิ้มให้ผู้หญิงคนนั้นทำให้ฮันกยองที่ได้แต่ยืนยิ้มจนพนักงานเรียกให้รับอาหาร
"คุณคะ"เมื่อฮันกยองรู้สึกตัวก็รับถาดอาหารจากพนักงาน
"ขอบคุณครับ"ฮันกยองพูดพร้อมกับพยักหน้าให้พนักงาน
"ใช่ฮันกยองนักร้องวงSJหรือเปล่าคะ"พนักงานถามแล้วก็จ้องหน้าฮันกยองชัดๆ
"ใช่ครับ"ฮันกยองตอบพร้อมกับยิ้มให้แล้วก็ไปนั่งที่โต๊ะติดกระจกที่ลีฮยอนนั่งอยู่
"พนักงานถามอะไรหรอเห็นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลย"ลีฮยอนถามฮันกยองที่กำลังจัดจานและตักไก่ให้ลีฮยอน
"ถามว่าใช่นักร้องหรือเปล่าน่ะไม่มีรัยหรอก"แล้วทั้งคู่ก็เริ่มกินฮันกยองมองดูวิวสวนสนุกผ่านกระจกและมาสคอตตัวนั้นก็เดินเข้ามาและแจกลูกโป่งให้เด็กใน
ร้าน
"วันนี้เราเห็นลูกหมูตัวนี้บ่อยจังเลยเนอะ"ลีฮยอนพูดจบก็ลงมือกินต่อฮันกยองหันไปมองลูกหมูตัวนั้นแล้วลูกหมูก็บีายบายให้ฮันกยองฮันกยองก็ยิ้มแล้ว
หันมากินต่อ
"ลีฮยอน"ฮันกยองเรียกชื่อลีฮยอนขึ้นแล้วหยิบสร้อยข้อมือมุกเส้นนั้นออกมาแล้วยื่นให้ลีฮยอน
"น่ารักจังเลยให้ฉันหรอ"ฮันกยองพยักหน้าให้แล้วพูดต่อว่า
"สุขสสันต์วันเกิดนะ"
"ขอบคุณนะขอบคุณมากๆเลยรู้ได้ไงว่าวันเกิดฉันล่ะ"ลีฮยอนถามแล้วก็ใส่ข้อมือมุกเส้นนั้นทันที
"ลีฮยอนคือว่าผม..ผม"ลีฮยอนหันขึ้นมามองหน้าฮันกยองเพื่อจะฟังประโยคที่เขาจะพูดต่อแล้วมาสคอตตัวนั้นก็ยื่นลูกโป่งให้ฮันกยองกับลีฮยอนคนล่ะลูกแล้ว
ฮันกยองก็พูดต่อ
"ผมชอบลีฮยอนครับ"เมื่อฮันกยองพูดออกไปลีฮยอนก็อึ้งไปชั่วขณะ
"แต่ว่า..คือ"ลีฮยอนลำบากใจที่จะพูด
(ที่รักรับโทรศัพท์ด้วยครับ ที่รักรับเร็วไสิ ผมคิดถึงแล้วน้าา)เสียงโทรศัพท์ของลีฮยอนดังขึ้น
"ขอโทษนะ"ลีฮยอนพูดตามมารยาทแล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับตอนนี้ฮันกยองรู้สึกอายไปหมดแล้วแล้วก็รอคำตอบจากลีฮยอนอย่างใจจดใจจ่อ
"หวัดดีนายเองหรอ"ฮันกยองรู้สึกแปลกๆที่รู้ว่าลีฮยอนคุยกับผู้ชาย
(อยู่ไหนน่ะมาหาผมหน่อยสิครับ)
"ที่ไหนล่ะกี่โมง"
(ที่ร้านเดิมของเราเร็วๆนะผมคิดถึงลีฮยอนนนะ)
"เอ่อ..ตอนนี้เลยหรอคะ"
(อืมมาเร็วๆด้วย)
ตึดตึดตึดตึด
"เดี๋ยว..นี่..ฮัลโหล"ลีฮยอนกำลังคิดหนักอยู่ตอนนี้เขาบีบมือตัวเองด้วยความรนรานอยู่
"ฮันกยอง"
"..."ฮันกยองที่พอจะเข้าใจสถานการณ์หันหน้ามาแบบเศร้าๆ
"ฉันขอตัวก่อนนะสำหรับของขวัญฉันขอบคุณมากแต่เราเป็นเพื่อนกันดีกว่านะ"
"..."ฮันกยองนั่งนิ่งโดยไม่พูดอะไร
"ฉันขอโทษนะ"ลีฮยอนพูดเสร็จก็วิ่งออกไปเหลือแต่ฮันกยองที่นั่งนิ่งอยู่อย่างเดิมเจ้าตัวมาสคอตที่ยืนเล่นอยู่กับเด็กๆข้างๆโต๊ะฮันกยองก็ยื่นดอกกุหลาบมาให้
ฮันกยองที่นั่งเศร้าอยู่ฮันกยองมองไปที่ดอกไม้แล้วก็นึกถึงหลิงหลินขึ้นมาแล้วฮันกยองก็รับกุหลาบมาแล้วถือไว้วักพักหมูน้อยก็เดินออกไปฮันกยองไม่รู้เลยว่า
คนที่อยู่ข้างในคือหลิงหลินแล้วฮันกยองก็เดินออกมาจากร้านเช่นกันฮันกยองเดินมาเรื่อยๆโดยที่ไม่รู้ว่าหลิงหลินที่เปลี่ยนชุดออกแล้วกำลังเดินตามเขาอยู่ซักพัก
ฮันกยองก็นั่งลงที่ม้านั่งริมบ่อน้ำพุกลางสวนสนุกฮันกยองเริ่มคิดถึงหลิงหลินอีกแล้ว
"เธออยู่ไหน"ฮันกยองพูดอยู่กับตัวเองแล้วหลิงหลินก็เดินมาทางด้านหลังเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
"เรียกหาฉันอยู่รึเปล่า"หลิงหลิงพูดเป็นภาษาจีนแล้วเอานิ้วจิ้มไปที่แก้มฮันกยองก่อนที่ฮันกยองจะหันมามองอย่างตกใจฮันกยองอึ้งไปชั่วขณะ
"Oo0"หลิงหลินเดินเข้าไปนั่งข้างฮันกยอง
"ฉันอยู่นี่ไงไม่ได้อยู่ไหนซะหน่อย"หลิงหลินพูดพร้อมกับยิ้มอย่างสดใส
"หลิงหลิน"ฮันกยองพูดชื่อหลิงหลินออกมา
"หน้าเศร้าจัง"หลิงหลินพูดพร้อมกับมองใบหน้าของฮันกยอง
"คือฉัน"ฮันกยองจะบอกเหตุผลว่าทำไมแต่เขาก็ไม่อยากจะพูด
"ไม่ต้องเล่าหรอกฉันรู้หมดแล้ว"
"ทำไมล่ะ"ฮันกยองที่ถามแล้วหันไปมองพระอาทิตย์ที่มีแสงแดดอ่อนๆที่อยุ่เหนือน้ำพุพอดีหลิงหลินเห็นท่าทางของฮันกยองแล้วจึงคิดที่จะทำให้ฮันกยองรู้สึก
ดีขึ้น
"นายอยากเห็นลูกหมูน้อยเต้นอีกมั้ย"หลิงพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน
"ลูกหมู"ฮันกยองหันมาพูดทำท่างง
"ใช่ลูกหมูสีชมพูตัวนั้นไงเอาล่ะนะ"หลิงหลินพูดเสร็จก็เริ่มเต้นทำท่าทำทางตลกๆปนน่ารัก
"หึๆๆ"ฮันกยองหัวเราะเล็กน้อยแล้วทำเป็นหันหน้าไปทางอื่นหลิงหลินก็ยังคงเต้นแกล้งให้ฮันกยองกลั้นหัวเราะไม่อยู่อันกยองหันมามองแวบหนึ่งแล้วก็หัน
หน้าไปแอบหัวเราะหลิงหลินเห็นว่าฮันกยองอารมณ์ดีขึ้นจึงรีบเดินไปด้านหน้าฮันกยองแล้วเต้นเพลงลูกหมูอีกฮันกยองเอามือปิดหน้าก่อนที่จะหันไปมอง
รอบๆที่มีคนอยู่มากมาย
"พอได้แล้วน่า"ฮันกยองบอกให้หลิงหลินหยุดเต้นเพราะมีคนมองอยู่เยอะ
"ว้ายังไม่เหนื่อยเลย"หลิงหลินหยุดเต้นแล้วพูดขึ้น
"พอได้แล้ว"ฮันกยองดึงมือหลิงหลิงให้มานั่งตอนนี้ฮันกยองมีใบหน้าที่อมยิ้มอยู่เลยทำให้หลิงหลินรู้สึกดีที่ทำให้ฮันกึ้งยิ้มได้
"ฮันกึ้ง"หลิงหลินเรียกชื่อจีนของฮันกยองแล้วฮันกยองก็หันมา
"ไปกับฉันหน่อยสิ"หลิงหลินพูดจบก็ไม่รอช้าดึงแขนฮันกยองให้ลุกขึ้นแล้วหลิงหลินก็จูงมือเดินไปที่บ้านผีสิง
"เธอจะเข้าไปในนี้หรอ"ฮันกยองถามแล้วชี้เข้าไปในบ้านผีสิง
"ก็ใช่ไงฉันไม่กล้าเข้าคนเดียวไปกัน"หลิงหลินพูดเสร็จก็ลากฮันกยองเข้าไปเมื่อเดนเข้าไปแล้วประตูก็ปิดดังปั้งทั้งหลินหลิงและฮันกยองต่างก็สะดุ้งแล้วหลิง
หลินก็กอดแขนฮันกยองไว้แน่นแล้วทั้งสองก็เดินกันต่อ
"นี่นายเดินนำสิ"
"หึๆๆ"ฮันกยองหัวเราะแล้วก็ก้าวเดินโดยที่หลิงหลินยังเกาะแขนอยู่ไม่ปล่อย
"มึดจังเลยเนอะ"
"อืม"
แหว่ววววว
"ว้าย!"หลิงหลิงร้องออกมาด้วยความตกใจที่ผีออกมาจับแขนเธอแล้วก็หายไป
"โอ๊ยตกใจหมดเลย"หลิงหลิงพูดแล้วก็เอามือตบหน้าอกตัวเองเบาๆ
"ไปต่อเลยนะ"ฮันกยองหันมาถามแล้วก้าวเดินต่อมีหุ่นผีขยับได้เสียงอิดออดดังไปทั่วมีกลิ่นเหม็นตลอดทาง
"เอ๊ะ!นั่นอะไรน่ะ"ฮันกยองชี้ให้หลิงหลิงดูผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆเธอเมื่อหลิงหลินหันไปมองก็ตกใจจนโผลกอดฮันกยอง
"ผีไปยัง"หลิงหลินพูดทั้งๆที่เอามือปิดตาและอยู่ในอ้อมกอดของฮันกยอง
"ไปแล้ว"ฮันกยองจับมือหลิงหลินแล้วก็พาเดินต่อจนไปถึงกระจกบานใหญ่บานหนึ่งที่มีคราบเลือดเปื้อนอยู่และมีเชือกอยู่เหนือกระจกพร้อมข้อความ
"นายอ่านสิภาษาเกาหลีน่ะ"
"เดี๋ยวนะ"ฮันกยองพูดแล้วก็เพ่งสายตาไปที่ข้อความ
"ว่าไง"
"เค้าบอกให้ดึงเชือกเส้นนี้น่ะ"ฮันกยองพูดจบก็เอื้อมมือไปดึงเชือกเส้นนั้นแล้วก็มีแผ่นกระจกที่มีข้อความติดลงมาพร้อมเชือกและฮันกยองก็เริ่มอ่านพร้อมกับ
พูดตามที่เขาอ่านเป็นภาษาจีน
"เมื่อท่านได้มาถึงที่นี่แล้วโปรดจงมองไปในกระจกบานใหญ่ตรงหน้าท่าน"หลิงหลิงกับฮนกยองมองไปในกระจกที่มีตัวเขาทั้งสองอยู่ในกระจกแล้วฮันกยอง
ก็อ่านต่อ
"โปรดอย่าปล่อยมือนี้ไปมือที่เค้าผู้นั่นต้องการคุณ"ฮันกยองก้มลงไปมองมือที่เขาจับกันอยู่แล้วก็เงยหน้ามามองหลิงหลินแล้วก็หันไปอ่านต่อ
"ให้ความอบอุ่นแก่กันและกันแล้วคุณทั้งสองจะมีความสุข"
"จบแล้วหรอ"หลิงหลินถามฮันกยอง
"อืมเราออกไปกันเถอะ"ฮันกยองกับหลิงหลินเดินออกมาแต่มือของพวกเขายังคงจับกันไว้
"น่ากลัวจังเลยเนอะ"หลิงหลินพูดกลบเกลื่อนความเงียบ
"อืออยากเล่นอะไรอีกมั้ย"ฮันกยองพยักหน้าแล้วถามหลิงหลิน
"เมืองหิมะไงไปเล่นกันนะ"ฮันกยองยักคิ้วข้างหนึ่งให้หลิงหลิงแล้วก็เดินกันไปยังเมืองหิมะเมื่อเดินไปถึงฮันกยองก็รับเสื้อกันหนาวจากพนักงานพร้อมกับ
ถุงมือมาสองชุดแล้วก็ยื่นให้หลิงหลินเมื่อใส่กันเสร็จฮันกยองก็กำลังจะเดินเขาไป
"เดี๋ยวก่อน"หลิงหลินพูดขึ้น
"มีอะไรอ่ะ"ฮันกยองถามแล้วหลิงหลิงก็เปิดกระเป๋าเธอแล้วหยิบผ้าพันคอของฮันกยองผืนนั้นออกมาใส่
"ต้องใส่ไอ้นี่ด้วยถึงจะอุ่นจริงมั้ย"แล้วหลิงหลินก็เดินเข้าไปอาจจะอายๆอยู่บ้างฮันกยองก็ยิ้มแล้วก็มีอาการอายเช่นกันแล้วก็เดินตามหลิงหลินไปแล้วหลิงหลิน
ก็วิ่งไปบนกองหิมะแล้วก็แอบปั้นมันเป็นลูกกลมๆแล้วเอาซ่อนไว้ข้างหลัง
"ฮันกึ้ง"หลิงหลินเรียกฮันกยองที่กำลังยืนมองคนอื่นเล่นหิมะกันอยู่แล้วฮันกยองก็หันมา
แผละ!หลิงหลินเขวี้ยงหิมะไปเข้าพอดีที่หิมะโดนเต็มๆหัวของฮันกยอง
"ว้าว!แม่นดีจังฮะ ฮะ"หลิงหลินพูดเยอะเย้ยแล้วก็หัวเราะฮันกยองฮันกยองเอามือปาดหิมะออกแล้วก็ค่อยๆก้มลงปั้นหิมะ
"นี่จะเอาคืนหรออย่านะ"หลิงหลินพูดแล้วก็วิ่งหนีส่วนฮันกยองก็วิ่งตามอย่างไม่รอช้าทั้งหลินหลินและฮันกยองวิ่งไล่กันปาหิมะใส่กันพวกเขาคงจะสนุกกันมาก
เลยเชียวล่ะหลังจากที่เหน็บหนาวกันแล้วพวกเขาก็ออกมาจากเมืองหิมะหลิงหลินจับมือฮันกยองที่ใส่นาฬิกาอยู่ขึ้นมาดู
"สี่โมงครึ่งแล้วกลับกันได้แล้วล่ะนะ"ฮันกยองหันมาพยักหน้าให้แล้วก็ยิ้มทั้งสองคนขณะที่เดินออกจากสวนสนุก
"หึหึ"ฮันกยองหัวเราะเบาๆคนเดียว
"ขำอะไรของนาย"หลิงหลินหันมาถามแบบเคืองๆเพราะรู้ว่าฮันกยองหัวเราะเธอ
"ก็ขำเธอน่ะสิ"
"หัวเราะฉันทำไมเล่า"หลิงหลินเอามือมาตีหลังฮันกยองแบบหน้ามุ่ย
"เจ็บนะแล้วเธอไปเต้นถ้าอะไรของเธอก็ไม่รู้"ฮันกยองพูดแล้วก็อมยิ้มอยู่อย่างนั้น
"ลูกหมูไงนายไม่รู้จักหรือไง"
"ไม่อายคนอื่นเขาหรือไง"ฮันกยองพูดพร้อมส่ายหน้าแล้วหลิงหลินก็เดินมาดักหน้าฮันกยองให้หยุดเดิน
"หายเศร้าแล้วใช่ม๊าาา"หลังจากที่หลิงหลินพูดฮันกยองก็หุบยิ้มเพราะไปนึกถึงลีฮยอนหลิงหลินสังเกตุเห็นเลยพูดว่า
"ฉันไม่น่าถามเลยเนอะ"แล้วหลิงหลินก็กลับหลังเดินต่อ
"หลิงหลิน"ฮันกยองเรียกหลิงหลินที่เดินนำหน้ามาแล้วหลิงๆก็หันมา
"ขอบคุณนะ"ฮันกยองพูดเสร็จก็รีบเดินแซงหลิงหลินไปหลิงหลินแอบหัวเราะเบาๆเพราะฮันกยองทำท่าเขินมากเลยทีเดียวแล้วก็เดินมาถึงหน้าประตูแล้วทั้งคู่
ก็หยุดเดินหลิงหลินหันไปมองฮันกยองเพราะคงนึกว่าต้องกลับกันแล้วสินะไม่อยากจากกันเลย
"เธออยู่ที่ไหนน่ะ"ฮันกยองถามหลิลหลินที่กำลังยืนจ้องหน้าและคิดอยู่ก็สะดุ้ง
"นายว่าอะไรนะ"หลิงหลินถามไปอีกทีและตั้งใจฟัง
"ฉันบอกว่าเธอน่ะพุงโตอย่างกับหมูเลย"ฮันกยองพูดแหย่หลิงหลินเล่น
"อะไรนะฉันเนี่ยหรอพุงโตอย่าพูดมั่วๆนะตอนฉันอยู่ที่จีนน่ะมีแต่คนบอกว่าฉันน่ะหุ่นซุปเปอร์โมเดลเชียวนะ"หลินหลิงเถียงตับแรบฮันกยองเลยหัวเราะเพราะ
หลิงหลินไม่ได้ฟังฮันกยองพูดตอนแรกจริงๆด้วย
"นี่ฉันถามว่าเธอน่ะพักอยู่ที่ไหน"หลิงหลินมองค้อนแล้วค่อยตอบ
"พักอยู่..อยู่..ที่ไหนไม่รู้อ่านชื่อมันไม่ออกภาษาเกาหลีน่ะ"หลิงหลินพูดพร้อมกับเอามือท้าวเอวข้างหนึ่งอีกข้างหนึ่งเอามือคุมขมับศรีษะทำท่าเหมือนคิดอยู่
"แล้วถ้าหลงขึ้นมาจะทำยังไงกันเล่าพูดก็ไม่ได้อ่านก็ไม่ได้"ฮันกยองบ่นพึมพำเพราะเป็นห่วง
"นี่หยุดเลย"หลิงหลินเดินเข้ามาใกล้และเอานิ้วชี้หน้าฮันกยองก็หันมามอง
"อะไร"ฮันกยองพูดเสร็จหลิงหลินก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วเปิดรูปที่ถ่ายที่พักให้ฮันกยองดู
"คอนโดจองนัมงั้นหรอป่ะเดี๋ยวไปส่ง"
"เดี๋ยวนะอ่านว่ารัยนะ"หลิงหลินถามเพราะจะได้รู้ไว้
"จองนัม"ฮันกยองหันไปพูดให้หลิงหลินฟัง
"จงนัม"หลินหลินพูดตาม
"จองนัมไม่ใช่จงนัม"ฮันกยองพูดอีกที
"จง..จงนัมมันพูดไม่ได้อ่ะ"
"ชั่งมันเถอะไปกันได้แล้ว"แล้วฮันกยองก็เดินนำหน้ามาส่วนหลิงหลินที่เดินตามหลังและหัดพูดชื่อคอนโดอยู่เรื่อยๆจนมาถึงรถฮันกยองเปิดประตูให้หลิงหลิน
และเคาะกระโหลกไปหนึ่งที้เพราะหลิงหลินพูดชื่อคอนโดขณะที่ค่อยๆเข้าไปในรถทำให้เธอทำหน้าเอ๋อๆหน่อยหนึ่งจึงเป็นสาเหตุให้เดินแขกกระโหลก